กริยา 3 ช่อง Faint (หมดสติ, อ่อนแอ, หน้ามืด): ช่อง 1 2 3 และตัวอย่างง่าย ๆ

ความหมายและการผันช่อง Faint

คำว่า Faint ในภาษาอังกฤษ แปลว่า หมดสติ, อ่อนแอ, หน้ามืด. เป็นคำกริยาที่ใช้บ่อย และเป็นกริยาปกติ (Regular Verb) เพราะแค่เติม -ed เมื่อเป็นอดีต.

การผัน กริยา 3 ช่อง ของ Faint:

ช่อง 1 (V1 - Base Form)
Faint - ใช้กับปัจจุบัน หรือเมื่อตามหลังกริยาช่วย (หมดสติ, อ่อนแอ, หน้ามืด)
ช่อง 2 (V2 - Past Simple)
Fainted - ใช้อดีต
ช่อง 3 (V3 - Past Participle)
Fainted - ใช้กับ Perfect Tense หรือ Passive Voice

สรุปรูปแบบการผัน Faint:

แบบ Regular Verb (ปกติ): Faint → Fainted → Fainted

ความหมายเพิ่มเติมของ Faint:

นอกจาก หมดสติ, อ่อนแอ, หน้ามืด แล้ว Faint ยังมีความหมายอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

  1. (v) พิสัญญี

  2. (v) ลมขึ้น

  3. (v) ลมจับ

  4. (v) หน้ามืดตามัว

  5. (v) เป็นลม

  6. (vi) เป็นลม, หมดสติ

ตัวอย่างประโยค กริยา 3 ช่อง Faint

ลองดูวิธีใช้ faint, fainted, fainted ในประโยคง่าย ๆ:

ตัวอย่าง Faint (ช่อง 1)

  • Some people faint when they see blood. (บางคนหมดสติเมื่อเห็นเลือด)
  • She looks like she might faint from exhaustion. (เธอดูเหมือนจะหมดสติจากความเหนื่อยล้า)

ตัวอย่าง Fainted (ช่อง 2)

  • The patient fainted during the medical examination. (คนไข้หมดสติระหว่างการตรวจร่างกาย)
  • He fainted from the intense heat. (เขาหมดสติเนื่องจากความร้อนอย่างรุนแรง)

ตัวอย่าง Fainted (ช่อง 3)

  • The woman has fainted and needs medical attention. (ผู้หญิงหมดสติและต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์)
  • He had fainted before regaining consciousness. (เขาหมดสติก่อนที่จะฟื้นสติ)

 หมายเหตุ

กริยา 3 ช่อง คือ การแบ่งคำกริยาในภาษาอังกฤษออกเป็น 3 ช่อง เพื่อบ่งบอกถึง เหตุการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา แยกเป็น กริยาช่องที่ 1 คือ ปัจจุบัน กริยาช่องที่ 2 คือ อดีต และกริยาช่องที่ 3 คือ คำกริยาที่ใช้ใน Perfect Tense ทุกชนิด และ Passive Voice ด้วย

 ภาพประกอบ Faint

  • ภาพแสดงการผัน กริยา 3 ช่อง ของคำว่า Faint (หมดสติ, อ่อนแอ, หน้ามืด
) คือ Faint, Fainted, Fainted