สวัสดีครับนักเรียนทุกท่าน วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ คำไวพจน์ของคำว่า "ดอกบัว" ซึ่งเป็นดอกไม้น้ำที่ได้รับความเคารพในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะในพุทธศาสนา ดอกบัวมีความหมายถึงความบริสุทธิ์ การตรัสรู้ และความงดงาม
การเข้าใจคำไวพจน์จะช่วยให้เราใช้ภาษาไทยได้อย่างสละสลวยและหลากหลายยิ่งขึ้นครับ
คำไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่มีรูปคำที่ต่างกัน การนำคำไวพจน์มาใช้จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่านและเขียน ทำให้งานเขียนดูน่าสนใจและไม่ซ้ำซาก
ตัวอย่างคำไวพจน์ของ "ดอกบัว" และความหมาย
- อุบล: หมายถึง บัวหลวง, ดอกบัว
- ปทุม / ปทุมา: หมายถึง บัวหลวง, ดอกบัว (มักใช้ในทางวรรณคดี)
- โกมล: หมายถึง บัวแดง, ดอกบัวที่บานเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
- บุษกร: หมายถึง ดอกบัว
- บงกช: หมายถึง ดอกบัว, บัวหลวง
- สัตตบุษย์: หมายถึง บัวเจ็ดสี, ดอกบัวหลวง (เป็นชื่อเฉพาะที่ใช้ในวรรณคดี)
- สัตตบรรณ: หมายถึง บัวสาย, บัวหลวง (บางครั้งใช้เรียกต้นตีนเป็ดน้ำด้วย)
- นิลุบล: หมายถึง บัวขาบ, บัวสีน้ำเงิน
- จงกลนี: หมายถึง บัวชนิดหนึ่งที่กลีบซ้อนกันมาก, บัวหลวง
ตัวอย่างการใช้คำไวพจน์ ดอกบัว ในการแต่งกลอน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมขอยกตัวอย่างการนำคำไวพจน์ไปใช้ในบทกลอนง่าย ๆ นะครับ
กลางสระน้อยลอย ปทุมมา
งามสง่า อุบล เบ่งบานใส
บานรับแสงอรุณรุ่งจับใจ
ดุจดวงแก้ว บงกช สกาวตา
คำไวพจน์ของคำว่า "ดอกบัว" มีอะไรบ้าง?
ผมได้รวบรวมคำไวพจน์ของคำว่า "ดอกบัว" ที่สำคัญและน่าสนใจมาให้นักเรียนได้ศึกษา ดังนี้ครับ
- ดอกบัว
- บัว
- ปทุมา
- อุบล
- ปทุม
- ปัทมา
- จงกล
- นิลุบล
- บงกช
- สัตตบรรณ
- บุษกร
- อุทุมพร
- สัตตบงกช
- บุณฑริก
- กมล
- โกมล
- นิโลตบล
- สาโรช
- อุบล
- กมลาศ
- กระมล
- กมเลศ