สวัสดีครับนักเรียนทุกท่าน วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำไวพจน์ของคำว่า "ยามบ่าย" ซึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่งของวันที่มีความหมายเฉพาะตัว และเป็นช่วงเวลาที่หลายคนคุ้นเคยกันดี
การเข้าใจคำไวพจน์จะช่วยให้เราสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างสละสลวย มีมิติ และหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในการสร้างสรรค์งานเขียนหรืองานประพันธ์ครับ
คำไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่มีรูปคำที่ต่างกัน การนำคำไวพจน์มาใช้จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการสื่อสาร ทำให้ภาษาของเราไม่ซ้ำซากและน่าสนใจยิ่งขึ้น
ตัวอย่างคำไวพจน์ของ "ยามบ่าย" และความหมาย
- บ่าย: เป็นคำหลักที่หมายถึง ช่วงเวลาหลังจากเที่ยงวันไปแล้วจนถึงเย็น
- บ่ายคล้อย: หมายถึง ช่วงเวลาบ่ายที่เริ่มจะเย็นลงไปมากแล้ว
- ยามเย็น: แม้จะใกล้เคียงกับ "เย็น" มากกว่า "บ่าย" แต่ในบางบริบทก็สามารถใช้แทนช่วงบ่ายแก่ๆ ที่เริ่มเข้าสู่ยามเย็นได้
- สนธยา: เป็นช่วงเวลาพลบค่ำที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่บางครั้งก็อาจใช้ในความหมายกว้างๆ ถึงช่วงเวลาใกล้ค่ำได้ (แต่โดยรวมมักหมายถึงช่วงหัวค่ำมากกว่า)
- อัสสนี: คำนี้มักใช้กับฟ้าผ่า (อสนีบาต) แต่ในบางสำนวนเก่าอาจหมายถึงช่วงเวลาบ่ายที่อากาศครึ้มๆ ก่อนฝนจะตก หรือหมายถึงเวลาที่ฟ้ามีแสงแปลบปลาบได้
ตัวอย่างการใช้คำไวพจน์ "ยามบ่าย" ในการแต่งกลอน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างการนำคำไวพจน์ไปใช้ในบทกลอนง่ายๆ นะครับ
ตะวันคล้อย ยามบ่าย สายลมแผ่ว
หมู่ภมรโผผ่านแล้ว รื่นกำจาย
อรุโณทัยร่วงโรยล่วง บ่ายคล้อย
มวลไม้ใบสั่นคล้อย ล่วงสู่ยาม
คำไวพจน์ของคำว่า "ยามบ่าย" มีอะไรบ้าง?
ผมได้รวบรวมคำไวพจน์ของคำว่า "ยามบ่าย" ที่สำคัญและน่าสนใจมาให้นักเรียนได้ศึกษา ดังนี้ครับ
- ยามบ่าย