วรรณกรรมคืออะไร? สรุปเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่าง
สวัสดีครับน้อง ๆ นักเรียนทุกคน วันนี้ครูจะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักกับคำว่า "วรรณกรรม" กันให้มากขึ้นนะครับ คำนี้เราอาจจะได้ยินกันบ่อย ๆ ในห้องเรียนภาษาไทย หรือเวลาพูดถึงหนังสือต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว วรรณกรรม หมายถึงอะไรกันแน่ เรามาดูกันเลยครับ
วรรณกรรม หมายถึงอะไร?
วรรณกรรม (อ่านว่า วัน-นะ-กำ) โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึง งานเขียนหรืองานประพันธ์ทุกชนิดที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างมีศิลปะ ใช้ภาษาที่สละสลวย งดงาม มีคุณค่าทางความคิด อารมณ์ และจินตนาการครับ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิทาน บทกลอน เรื่องสั้น หรือนวนิยาย ก็สามารถเป็นวรรณกรรมได้ทั้งนั้นเลยครับ
หัวใจสำคัญของวรรณกรรมคือการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์ หรือจินตนาการของผู้แต่งไปยังผู้อ่าน ทำให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ ความบันเทิง และเกิดความรู้สึกคล้อยตามหรือเกิดความคิดใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ครับ
ความสำคัญของวรรณกรรม
น้อง ๆ อาจจะสงสัยว่าแล้ววรรณกรรมสำคัญกับเรายังไงบ้าง ครูจะบอกให้ครับว่าวรรณกรรมมีประโยชน์มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น:
- ให้ความรู้: วรรณกรรมหลายเรื่องสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม หรือวิทยาศาสตร์เอาไว้
- ให้ความบันเทิง: ช่วยให้เราผ่อนคลาย สนุกสนานไปกับเรื่องราวและตัวละครต่าง ๆ
- พัฒนาความคิดและสติปัญญา: การอ่านวรรณกรรมช่วยฝึกการคิดวิเคราะห์ ตีความ และจินตนาการ
- จรรโลงใจ: วรรณกรรมดี ๆ ช่วยยกระดับจิตใจ ทำให้เราเห็นคุณค่าของความดีงามและความเป็นมนุษย์
- สะท้อนสังคม: วรรณกรรมเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพของสังคมในยุคสมัยนั้น ๆ ทำให้เราเข้าใจผู้คนและสังคมได้ดีขึ้น
- สืบทอดวัฒนธรรม: วรรณกรรมช่วยบันทึกและสืบทอดภาษา ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมอันดีงามจากรุ่นสู่รุ่น
ประเภทของวรรณกรรม
วรรณกรรมที่เราพบเห็นกัน สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท ตามลักษณะการประพันธ์ครับ คือ
-
ร้อยแก้ว (Prose): คือ งานเขียนที่ไม่ได้มีข้อบังคับเรื่องฉันทลักษณ์ จำนวนคำ หรือสัมผัสที่เคร่งครัดเหมือนร้อยกรอง เน้นการใช้ภาษาที่เรียบง่าย สื่อความหมายได้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น
- นวนิยาย: เรื่องยาว ๆ ที่มีโครงเรื่องซับซ้อน ตัวละครหลากหลาย เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์, สี่แผ่นดิน
- เรื่องสั้น: เรื่องที่สั้นกว่านวนิยาย มีจุดมุ่งหมายเดียว โครงเรื่องไม่ซับซ้อนมาก
- นิทาน: เรื่องเล่าสืบต่อกันมา อาจมีคติสอนใจ เช่น นิทานอีสป, สังข์ทอง
- สารคดี: งานเขียนที่เน้นข้อเท็จจริง ให้ความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
- บทความ: งานเขียนสั้น ๆ ที่แสดงความคิดเห็น หรือให้ความรู้เฉพาะเรื่อง
-
ร้อยกรอง (Poetry): คือ งานเขียนที่มีการกำหนดคำสัมผัส เสียงสูงต่ำ จำนวนคำในแต่ละวรรค หรือที่เรียกว่า "ฉันทลักษณ์" ทำให้เกิดความไพเราะ งดงามทางภาษา ตัวอย่างเช่น
- กลอน: เช่น กลอนสุภาพ (กลอนแปด), กลอนสี่, กลอนหก
- โคลง: เช่น โคลงสี่สุภาพ
- ฉันท์: เป็นร้อยกรองที่บังคับเสียงหนักเบา (ครุ-ลหุ)
- กาพย์: เช่น กาพย์ยานี 11, กาพย์ฉบัง 16
- ร่าย: ร้อยกรองที่ใช้คำคล้องจองกันไปเรื่อย ๆ
ความแตกต่างระหว่าง "วรรณคดี" กับ "วรรณกรรม"
น้อง ๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า "วรรณคดี" ควบคู่ไปกับ "วรรณกรรม" บ่อย ๆ นะครับ แล้วสองคำนี้แตกต่างกันอย่างไร ครูจะอธิบายให้ฟังครับ
คำว่า "วรรณกรรม" อย่างที่ครูได้อธิบายไปแล้ว คือ งานเขียนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรอง ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างมีศิลปะ เป็นคำที่มีความหมายกว้างครอบคลุมงานเขียนทั่วไปที่มีความตั้งใจในการประพันธ์ที่ดีครับ
ส่วนคำว่า "วรรณคดี" (อ่านว่า วัน-นะ-คะ-ดี) จะมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่าครับ วรรณคดี คือ วรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี มีคุณค่าสูงส่ง ทั้งในด้านเนื้อหาและศิลปะการประพันธ์ ผ่านการยอมรับตามกาลเวลา และมักถูกนำมาใช้เป็นแบบแผนในการศึกษาเล่าเรียนครับ พูดง่าย ๆ คือ วรรณคดีเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรม แต่เป็นส่วนที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับเป็นพิเศษว่ามีคุณค่าทางวรรณศิลป์อย่างแท้จริงครับ
ดังนั้น เราจึงอาจกล่าวได้ว่า วรรณกรรมทุกเรื่องไม่ได้เป็นวรรณคดีเสมอไป แต่วรรณคดีทุกเรื่องย่อมเป็นวรรณกรรมครับ
วรรณกรรมสำหรับน้อง ๆ มัธยมต้น
สำหรับน้อง ๆ ระดับชั้นมัธยมต้น การเรียนวรรณกรรมจะมีความเข้มข้นและน่าสนใจยิ่งขึ้นครับ น้อง ๆ จะไม่ได้อ่านเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่จะได้เรียนรู้การวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณกรรมด้วยครับ
เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ:
- องค์ประกอบของวรรณกรรม: เช่น โครงเรื่อง ตัวละคร ฉาก แนวคิดสำคัญของเรื่อง
- การใช้ภาษาในวรรณกรรม: การใช้ภาพพจน์ (เช่น อุปมา อุปลักษณ์) สัญลักษณ์ และน้ำเสียงของผู้แต่ง
- การตีความ: การทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเรื่อง หรือที่ผู้แต่งต้องการสื่อสาร
- คุณค่าของวรรณกรรม: ทั้งคุณค่าด้านวรรณศิลป์ (ความงามทางภาษา) คุณค่าด้านเนื้อหา (ข้อคิด คติสอนใจ) และคุณค่าด้านสังคม (การสะท้อนภาพสังคม)
- วรรณกรรมและวรรณคดีไทยที่สำคัญ ๆ: น้อง ๆ จะได้ศึกษาวรรณกรรมและวรรณคดีไทยที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น ลิลิตพระลอ, ขุนช้างขุนแผน (บางตอน), นิราศภูเขาทอง, บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก, รามเกียรติ์ หรือวรรณกรรมร่วมสมัยอื่น ๆ ที่น่าสนใจครับ
การเรียนวรรณกรรมในระดับมัธยมต้นจะช่วยให้น้อง ๆ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่เฉียบคมขึ้น สามารถเข้าใจความคิดที่ซับซ้อน และเชื่อมโยงเรื่องราวในวรรณกรรมเข้ากับชีวิตจริงและสังคมรอบตัวได้ดียิ่งขึ้นครับ นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนวรรณกรรมในระดับที่สูงขึ้นต่อไปด้วยครับ
วิธีอ่านวรรณกรรมให้สนุกและได้ประโยชน์
ครูมีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการอ่านวรรณกรรมให้สนุกและได้ประโยชน์มาฝากครับ:
- เลือกเรื่องที่สนใจ: เริ่มจากแนวที่ชอบ จะทำให้เราอยากอ่านและติดตาม
- จินตนาการตาม: ลองนึกภาพตามตัวอักษร จะทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวาขึ้น
- อย่ากลัวคำศัพท์ยาก: ถ้าเจอคำที่ไม่เข้าใจ ลองเดาความหมายจากบริบท หรือเปิดพจนานุกรมดูครับ
- แลกเปลี่ยนความคิดเห็น: ลองคุยกับเพื่อน ๆ หรือคุณครูเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน จะทำให้ได้มุมมองใหม่ ๆ
- เชื่อมโยงกับชีวิต: ลองคิดว่าเรื่องราวหรือตัวละครในวรรณกรรมเหมือนหรือต่างจากประสบการณ์ของเราอย่างไร
เป็นอย่างไรบ้างครับน้อง ๆ พอจะเข้าใจความหมายและความสำคัญของวรรณกรรมกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ วรรณกรรมเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าค้นหา ครูหวังว่าน้อง ๆ จะรักการอ่านและสนุกกับการเดินทางในโลกของวรรณกรรมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ!