ภาพประกอบอธิบายหน้าที่และความหมายของกริยาช่วย (Auxiliary Verbs) ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ที่ใช้ร่วมกับคำกริยาหลัก
กริยาช่วย (Auxiliary Verbs) ในภาษาอังกฤษ คืออะไร

วันนี้ผมจะอธิบายหัวข้อไวยากรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในภาษาอังกฤษ นั่นคือเรื่อง "กริยานุเคราะห์" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กริยาช่วย" ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Auxiliary Verbs หรือ Helping Verbs ครับ ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประโยคให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และช่วยให้การสื่อสารมีความหมายสมบูรณ์และหลากหลายยิ่งขึ้น

 

นิยามและหน้าที่ของกริยาช่วย (Auxiliary Verbs)

กริยาช่วย (Auxiliary Verbs) คือ คำกริยาที่ทำหน้าที่เสริมหรือช่วยคำกริยาหลัก (Main Verb) ในประโยค โดยจะถูกวางไว้หน้าคำกริยาหลักเสมอ เพื่อทำให้โครงสร้างประโยคสมบูรณ์และสามารถสื่อความหมายเฉพาะเจาะจงได้ เช่น การบอกกาล (Tense), การแสดงว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ (Passive Voice), การแสดงความสามารถ, ความเป็นไปได้ หรือการสร้างประโยคคำถามและปฏิเสธ

โครงสร้างประโยคพื้นฐานที่มีกริยาช่วย มีดังนี้

ประธาน (Subject) + กริยาช่วย (Auxiliary Verb) + กริยาหลัก (Main Verb) + ส่วนขยายอื่น ๆ

ตัวอย่าง: He is reading a book. (เขากำลังอ่านหนังสือ) ในประโยคนี้ "is" คือกริยาช่วย และ "reading" คือกริยาหลัก

ประเภทของคำกริยาช่วยในภาษาอังกฤษ

เราสามารถแบ่งกริยาช่วยในภาษาอังกฤษออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

1. กริยาช่วยกลุ่ม Verb to be

ประกอบด้วยคำว่า is, am, are, was, were, be, being, been

กริยาช่วยกลุ่มนี้มีหน้าที่หลักในการสร้างประโยค Continuous Tenses (เพื่อบอกว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่) และประโยค Passive Voice (เพื่อบอกว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ)

  • She is working now. (เธอกำลังทำงานอยู่ตอนนี้) - Present Continuous
  • They were watching television. (พวกเขากำลังดูโทรทัศน์) - Past Continuous
  • This room was cleaned yesterday. (ห้องนี้ถูกทำความสะอาดเมื่อวาน) - Passive Voice

2. กริยาช่วยกลุ่ม Verb to have

ประกอบด้วยคำว่า has, have, had

กริยาช่วยกลุ่มนี้ใช้ในการสร้างประโยคกลุ่ม Perfect Tenses ซึ่งแสดงถึงการกระทำที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว หรือเกิดขึ้นในอดีตและดำเนินมาถึงปัจจุบัน โดยคำกริยาหลักที่ตามหลังจะต้องอยู่ในรูป Past Participle ซึ่งเป็นกริยาช่องที่ 3

  • I have finished my homework. (ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว) - Present Perfect
  • He had left before I arrived. (เขาออกไปแล้วก่อนที่ฉันจะมาถึง) - Past Perfect

3. กริยาช่วยกลุ่ม Verb to do

ประกอบด้วยคำว่า do, does, did

กริยาช่วยกลุ่มนี้มีหน้าที่สำคัญในการสร้างประโยคคำถาม (Questions) และประโยคปฏิเสธ (Negative Sentences) ใน Simple Tenses นอกจากนี้ยังใช้เพื่อเน้นย้ำ (Emphasize) การกระทำในประโยคบอกเล่าได้อีกด้วย

  • Do you like coffee? (คุณชอบกาแฟไหม?) - ประโยคคำถาม
  • She does not (doesn't) live here. (เธอไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่) - ประโยคปฏิเสธ
  • I did tell you the truth. (ผมบอกความจริงกับคุณแล้วจริง ๆ นะ) - การเน้นย้ำ

4. กริยาช่วยกลุ่ม Modal Auxiliary Verbs

หรือที่เรียกว่า Modal Verbs ได้แก่ will, would, shall, should, can, could, may, might, must, ought to

กริยาช่วยกลุ่มนี้มีความพิเศษคือมีความหมายในตัวเอง ใช้เพื่อแสดงความสามารถ, ความเป็นไปได้, การขออนุญาต, การให้คำแนะนำ, หรือข้อบังคับต่าง ๆ โดยจะตามด้วยกริยาหลักรูปปกติ (Infinitive without to) เสมอ

  • You can swim. (คุณสามารถว่ายน้ำได้) - แสดงความสามารถ
  • It might rain tomorrow. (พรุ่งนี้ฝนอาจจะตก) - แสดงความเป็นไปได้
  • Students must wear uniforms. (นักเรียนต้องสวมเครื่องแบบ) - แสดงความจำเป็น/ข้อบังคับ
  • You should see a doctor. (คุณควรไปพบแพทย์) - การให้คำแนะนำ

ความสำคัญของกริยาช่วยในการสื่อความหมาย

กริยาช่วยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนหรือขยายความหมายของประโยคให้มีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ประโยคพื้นฐาน: I play the piano. (ฉันเล่นเปียโน)

เมื่อเพิ่มกริยาช่วยเข้าไป ความหมายจะเปลี่ยนไปดังนี้:

  • I am playing the piano. (ฉันกำลังเล่นเปียโน)
  • I can play the piano. (ฉันสามารถเล่นเปียโนได้)
  • I will play the piano. (ฉันจะเล่นเปียโน)
  • I should play the piano. (ฉันควรเล่นเปียโน)
  • I must play the piano. (ฉันต้องเล่นเปียโน)

จะเห็นได้ว่ากริยาช่วยแต่ละคำให้ความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งกริยาหลัก "play" เพียงคำเดียวไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้

ตารางสรุปกริยาช่วย (Auxiliary Verbs)

to be to have to do modal auxiliaries
ไม่มีความหมายในตัวเองเมื่อเป็นกริยาช่วย ผันตามประธานและ Tense แต่ละคำมีความหมายในตัวเอง
is, am, are, was, were, be, being, been has, have, had do, does, did will, would, shall, should, can, could, may, might, must, ought to

การทำความเข้าใจและจดจำหน้าที่ของกริยาช่วยแต่ละกลุ่ม จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและมั่นใจยิ่งขึ้น ผมหวังว่าเนื้อหานี้จะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ของทุกคนครับ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กริยาช่วย (Auxiliary Verb) ต่างจากกริยาแท้ (Main Verb) อย่างไร?
ตอบ: กริยาแท้ (Main Verb) คือกริยาที่แสดงการกระทำหลักและมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เช่น eat, walk, read แต่กริยาช่วย (Auxiliary Verb) ไม่มีหน้าที่แสดงการกระทำหลัก แต่ทำหน้าที่ช่วยกริยาแท้เพื่อสร้างโครงสร้างไวยากรณ์ที่ถูกต้อง เช่น บอกเวลา หรือสร้างประโยคคำถาม/ปฏิเสธ
ถาม: ประโยคหนึ่งสามารถมีกริยาช่วยได้มากกว่า 1 คำหรือไม่?
ตอบ: ได้ครับ ในโครงสร้าง Tense ที่ซับซ้อน อาจมีกริยาช่วยมากกว่าหนึ่งคำเรียงกันได้ เช่น ในประโยค Future Perfect Continuous "She will have been working for ten hours." มีกริยาช่วยถึงสามคำคือ will, have, และ been
ถาม: Modal Verbs (เช่น can, will, must) ต้องตามด้วยกริยารูปแบบใด?
ตอบ: Modal Verbs ทั้งหมดจะต้องตามด้วยคำกริยาช่องที่ 1 ในรูปปกติเสมอ (Infinitive without "to") โดยไม่ต้องเติม s/es หรือเปลี่ยนรูปใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น "He can speak English." (ไม่ใช่ speaks) หรือ "They must go now."
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า